หุ้น PTT ปตท.

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT)

บทวิเคาระห์โดย ดุลเดช บิค

PTT ประกาศกำไรสุทธิในที่ประชุมนักวิเคราะห์ ที่ 37,386 ล้านบาท ใกล้เคียงกับที่เราคาด รายได้รวมโตขึ้น 16%QoQ และ 28%YoY ที่ 6.92 แสนล้านบาท

EBITDA อยู่ที่ 54,964 ล้านบาท +66%QoQ และ +10%YoY ส่วนมากมาจาก ปตท.สผ แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/55 อาจไม่ดีเท่าไตรมาสที่ผ่านมา จากความกังวลต่อเศรษฐกิจจีน และความเสี่ยงที่จะบันทึกขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน อย่างไรก็ ตาม เรามองว่าผลประกอบการจะผันผวนน้อยกว่ากลุ่มบริษัทลูก


  • ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1/55 ที่ 37,386 ล้านบาท +125% QoQ และ +8% YoY แยกเป็นกำไรจากบริษัท 15,536 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูก 21,850 ล้านบาท ทั้งนี้ ส่วนแบ่งรายได้จากกลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มปิโตรเคมีลดลง 10% และ 13% YoY ตามลำดับ กำไรส่วนแบ่งจาก ปตท.สผ เพิ่มขึ้น 53% YoY มาอยู่ที่ 11,057 ล้านบาท จากปริมาณขายก๊าซที่เติบโตขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยราคาขายก๊าซเฉลี่ยอยู่ที่ 64.79 เหรียญฯ/BOE +6%QoQ และ +31%YoY นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากอัตราภาษีที่ลดลงจาก 30% เหลือ 23% โดย Effective tax rate อยู่ที่ 18.80% สำหรับธุรกิจก๊าซ ปตท. บันทึกขาดทุนก๊าซ NGV ถึง 3,569 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 10% QoQ และ 98% YoY เนื่องจากต้องแบกรับภาระถึง 2 บาท/กก ด้านธุรกิจน้ำมันมี contribution margin 0.99 บาท/ลิตร +36 % QoQ และ +30 % YoY จากยอดขาย Diesel ที่มากขึ้น ด้าน ธุรกิจโรงกลั่นและอะโรเมติกส์ มี Accounting GIM ถ่วงน้ำหนักของบริษัทย่อยที่ 10.40 เหรียญฯต่อบาร์เรล +76%QoQ จากค่าการกลั่นพื้นฐานที่ดีขึ้นแต่มาร์จิ้นของสายอะโรเมติกส์แย่ลง และ -32%YoY ส่วนยอดขายปิโตรเคมีอยู่ที่ 416 ล้านตัน +6%QoQ +5%YoY แม้ว่าสเปรด HDPE-Naphtha และ HDPE-Ethylene ปรับตัวลดลง
  • แนวโน้มไตรมาส 2/55: ธุรกิจปิโตรเคมีโดยเฉพาะสายโอเลฟินส์ยังคงถูกกดดันจากอุปสงค์ที่ลดลงจากความกังวลต่อเศรษฐกิจจีน ในขณะที่แนวโน้มราคาพาราไซลีนของสายอะโรเมติกส์ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ด้านโรงกลั่น คาดว่าจะมีค่าการกลั่นราว 6-7 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากญี่ปุ่นยังคงมีความต้องการนำเข้าน้ำมันเตาเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม กลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มปิโตรเคมี มีความเสี่ยงที่จะบันทึก ขาดทุนสต๊อกน้ำมันในไตร 2/55 ในขณะที่ ความต้องการใช้ก๊าซยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับ ปตท สผ จะมีกำลังการผลิตก๊าซและคอนเดนเสทเพิ่มในไตรมาส 2/55 ที่ 320 ล้านลูกบาศก์ฟุต และ 8,000 บาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ โดยภาพรวม เรามองว่าผลประกอบการ น่าจะมีความผันผวน น้อยกว่ากลุ่มบริษัทลูก อย่างไรก็ตาม เราอยู่ระหว่างการปรับประมาณมูลค่าเหมาะสม
  •  ประเด็น EGAS ในอียิปต์หยุดส่งก๊าซให้อิสราเอล: เนื่องจากการส่งก๊าซจะต้องส่งผ่านท่อส่งก๊าซของ EMG ที่ถือหุ้นโดย ปตท (25%) และผู้ถือหุ้นในอิสราเอลและสหรัฐฯ ประเด็นนี้อยู่ระหว่างการหารือทางกฎหมายเพื่อยกเลิก Supply and Purchase Agreement กับ EGAS ณ สิ้นไตรมาส 1/55 มูลค่าเงินลงทุนคงเหลือสุทธิของ ปตท อยู่ที่ราว 7 ,5 00ล้านบาท หากมองในเชิงอนุรักษ์นิยม การตัดจำหน่ายเงินลงทุนจำนวนนี้ อาจจะเป็นปัจจัยกดดันเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้น
  •  ประเด็น กบง ประกาศคงราคาก๊าซ NGV-LPG ภาคขนส่ง ระหว่าง 16 พ.ค- 15 ส.ค 55 โดยราคา NGV และ LPG ถูกตรึงไว้ที่ 10.50 บาท/กก และ 21.13 /กก ส่งผลลบต่อ ปตท เนื่องจาก
    1)ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดย Cash cost คาดว่าจะอยู่ที่ 15-16 บาท/กก ส่งผลให้ต้องแบกรับภาระ ราว 2 บาท/กก.
    2) อุปสงค์โตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2/55 ซึ่งถือเป็นช่วง Peak ของความต้องการใช้ไฟฟ้า

ติดป้ายกำกับ:,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: