หุ้น BANPU บมจ. บ้านปู

บทวิเคราะห์โดย ดุลเดช บิค

ประเมินกําไรสุทธิไตรมาส 2/55 ลดลงเหลือ 2.41 พันล้านบาท

คาดว่ากําไรไตรมาสสองปีนี้ เหลือ 2.41 พันล้านบาท หลังราคาขายเฉลี่ยในอินโดนนีเซีย ลดลง แม้ว่าปริมาณขายสูงขึ้นและต้นทุนน้ำมันดีเซลลดลง ส่งผลให้ Gross Margin ลดลง คาดกําไรครึ่งปีแรกอยู่ที่ 5,196 ล้านบาท กําหนดราคาพื้นฐานที่ 588 บาท หลังปรับประมาณการปี 55-56 ภายใต้สมมุติฐานราคาถ่านหินเฉลี่ยที่ 92 และ 95 เหรียญฯ ต่อตัน โดยอิงวิธี Sum of the parts ยังคงแนะนํา“ซื้อ”


BANPU

  • ประมาณการกําไรไตรมาส 2 เพียง 270 ล้านบาท(+2%qoq, -68%yoy) : ประเมินผลประกอบการไตรมาส 2/55 ของ บมจ. ศุภาลัย(SPALI) เรา จะยังมีกําไรที่ยังต่ําเพียง 270 ล้านบาท(กําไรต่อหุ้น 0.16 บาท) ดีขึ้น 2% จากไตรมาส ขณะที่เทียบกับปีก่อน ทรุดลง 68% เนื่องจากในไตรมาสแรกจะมีการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ยังต่ำ ทําให้ยอดรายรับรวมเท่ากับ 1,705 ล้านบาท(+8%qoq, -58%yoy) โดยส่วนใหญ่ จะเป็นแนวราบ ส่วนอัตรากําไรขั้นต้นคาดจะปรับลดลงเล็กน้อยเหลือ 40.5% เทียบกับ 42.9% ในไตรมาสก่อน และ 41.4% ในปีก่อน เนื่องจากในไตรมาสสองมีการโอนบ้านแนวราบมากขึ้น ซึ่งมีอัตรากําไรขั้นต้นต่ํากว่าอาคารชุด ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารประเมินจะเท่ากับ 290 ล้านบาท(-2%qoq, -30%yoy) และ ภาระดอกเบี้ยจ่าย คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น45 ล้านบาท(+8%qoq, +22%yoy) เนื่องจากมีการซื้อที่มากขึ้น
    ƒ
  • ผลประกอบการไตรมาส 2/55 คาดว่ามีกําไรสุทธิ 2,411 ล้านบาท-13% QoQ และ-24% รายได้มาจาก 3 ธุรกิจหลัก
    1. ยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 5.7 ล้านตันจากธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซีย ในไตรมาส 1/55 เป็น 6.8 ล้านตัน เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูฝน ( ม.ค–มิ.ย) ทําให้ผลิตถ่านหินจากเหมืองแบบ open-pit ได้เพิ่มขึ้น ส่วนราคาขายเฉลี่ย (ASP) ลดลงจาก 101 เหรียญฯ ต่อตัน เป็น 94 เหรียญฯ ต่อตัน -7% QoQ เนื่องจากราคาถ่านหินถูกกดดันจาก ปริมาณอุปทานส่วนเกินจากสหรัฐฯ ที่ส่งมาขายในเอเซีย และประเด็นของ Shale gas ที่เป็นพลังงานทางเลือกแทนถ่านหิน
    2. ธุรกิจถ่านหินในออสเตรเลีย มียอดขายลดลงจาก 3.9 ล้านตันในไตรมาส 1/55 เหลือ 3.2 ล้านตัน สาเหตุมาจากการย้ายเครื่องจักรในการผลิต(Longwall) ที่เหมือง Mandalong ซึ่งใช้เวลาในการย้ายและสร้างถนนประมาณ 4-5 สัปดาห์ การผลิตจึงต้องหยุดชั่วคราว ทั้งนี้ราคาขายเฉลี่ยใกล้เคียงกับไตรมาส 1/55 ที่  AUD 78 เหรียญฯ ต่อตัน
    3. ส่วนแบ่งกําไรจากการลงทุนในเหมืองถ่านหินในจีนโรงไฟฟ้า BLCP คาดว่าอยู่ที่ 661 ล้านบาท แบ่งเป็น 254 ล้านบาท จากธุรกิจถ่านหินในจีน ซึ่งคาดว่าปริมาณขายน่าจะอยู่ที่ 1.2 ล้านตัน ใกล้เคียงกับไตรมาส 1/55 และ 407 ล้านบาท จากโรงไฟฟ้า BLCP ทั้งนี้ Gross margin คาดว่าจะลดลงจาก 47% ในไตรมาส 1/55 เป็น 41% สาเหตุมาจาก
      1. ราคาขายเฉลี่ยในอินโดนีเซียลดลง ในขณะที่ Stripping ratio สูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากในการผลิตทำการขุดลึกมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น
      2. การย้าย Longwall ทำให้ราคาต้นทุนต่อตันสูงขึ้น เพราะต้องหยุดการผลิตชั่วคราวในขณะที่ต้นทุนเป็น Fixed cost และจากปัจจัยเสริมอื่น
        1. Net coal and oil swap gain ประมาณ284 ล้านบาท บริษัทมีกําไรจากการเข้าทํา coal swap (กําหนดไม่เกิน 8 ล้านตัน และระยะเวลา ของSwap ไม่เกิน3 ปี) หลังราคาถ่านหินอ่อนตัวลง QoQ ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทขาดทุนจากการทำ Oil Swap หลังราคาน้ำมันดิบและน้ำมันดีเซลปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส 2/55
        2. ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ราว 400 ล้านบาท หลังค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐฯ ประมาณ 3% QoQ
  • คงแนะนํา“ซื้อ” ราคาปัจจุบันเทรดที่ PER 8.74 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มพลังงานที่ 9.60 เท่ายังคงมี upside gain ราว36% แนะนํา“ซื้อ” ทั้งนี้คาดว่า บริษัทจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ที่ 7 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น Dividend yield ราว1.63%

ติดป้ายกำกับ:, ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: