หุ้น STANLY บมจ. ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า

กําไรไตรมาสแรกสอง ฟื้นตัวตัวต่อ แต่ไม่ ทำ New High ตามยอดขาย

กําไรปกติไตรมาส 1/56 ฟื้นตัวต่อ แต่ไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ตามยอดขาย ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ ตามนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ลูกค้าหลักคือ Honda ที่กลับมาเดินเครื่องการผลิตเต็มที่ การเติบโตของ อีโคคาร์ซึ่ง STANLY ได้ออร์เดอร์จากทุกค่ายรถ แนวโน้มรวมปี 2556 (เม.ย.55-มี.ค.56) คาดจะเติบโตโดดเด่น โดยยอดขายและกําไรจะทําจุดสูงสุดใหม่ เท่ากับ 10,063 ล้านบาท(+29%) และ1,595 ล้านบาท(+120%) ตามลําดับ STANLY มีฐานะการเงินแข็งแกร่งไม่มีภาระหนี้ในขณะที่มีเงินสด ในมือสูง แนะนํา ซื้อ ราคาเป้าหมาย240 บาท


THAI STANLY

  • กําไรไตรมาส 1/56 ฟื้นตัวต่อ 328 ล้านบาท แต้ไม้ทําจุดสูงสุดใหม่ตามยอดขาย:ไทยสแตนเลย์ ฯ (STANLY) ประกาศผลประกอบการงวดเม.ย.-มิ.ย.55 มีกําไรสุทธิเท่ากับ 328 ล้านบาท(กําไรต่อหุ้น 4.28 บาท) ลดลง 21% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากไตรมาสก่อนได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกันสุทธิ 105 ล้านบาท ในขณะที่กําไรการประกอบการเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 41%

    เนื่องจากปีที่แล้วมีปัญหาสึนามิในญี่ปุ่น ถ้าตัดค่าใช้จ่ายพิเศษจากการซ่อมแซมและฟื้นฟูโรงงานหลังน้ำท่วม จํานวน 35 ล้านบาท STANLY จะมีกําไรปกติที่ฟื้นตัวดีขึ้นเป็น 364 ล้าน บาท(+28%qoq, +55%yoy) โดยกําไรปกติยังไม่ทําจุดสูงสุดใหม่ เนื่องจากอัตรากําไรขั้นต้นยังไม่กลับสู่ระดับที่เคยทําจุดสูงสุดไว้ ประมาณ 26-28% แม้ว่ายอดขายจะพุ่งขึ้นทําจุดสูงสุดใหม่ได้ถึง 2,540 ล้านบาท (+15%qoq, +30%yoy) ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยอัตรากําไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น22.3% จาก20.2% ในไตรมาสก่อน และ21.1% ในปีก่อน

  • แนวโน้มปีนี้จะเติบโตโดดเด่น แนะนํา ซื้อ ราคาเป้าหมาย 240 บาท: อุตสาหกรรมรถยนต์มีการขยายตัว โดยปีนี้ประเมินยอดผลิตรถยนต์เท่ากับ 2.2 ล้านคัน เติบโตสูงถึง 51% และ รถ อีโค-คาร์ ที่มีการเปิดตัวในปีนี้ STANLY มีการอุปกรณ์ส่องแสงสว่างรถยนต์ให้ทุกรุ่น ประเมินยอดขายของ STANLY เท่ากับ 10,063 ล้านบาท เติบโต29% และ มีกําไรสุทธิเท่ากับ 1,595 ล้านบาท(กําไรต่อหุ้น 20.81 บาท) พุ่งขึ้น 120%STANLY เป็นหุ้นที่มีศักยภาพ และจะเติบโตสูงในอนาคต ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทย รวมถึง เป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ไม่มีภาระหนี้เงินกู้เลย ในขณะที่มีเงินสดในมือสูงถึง 1,439 ล้านบาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย P/E ปี 2556 เท่ากับ 9.9 เท่า, P/BV 1.6 เท่า และ มีเงินปันผลตอบแทน 4.0% เป็นระดับที่น่าสนใจ ประเมินราคาเป้าหมายเท่ากับ 240 บาท(เพิ่มขึ้นจากเดิม 230 บาท) บนฐานP/E เท่ากับ 11.5 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย Forward P/E ในอดีตเท่ากับ 11.3 เท่า

Credit : บทวิเคราะห์ โดยคุณสุรชัย ประมวลเจริญกิจ

ติดป้ายกำกับ:,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: