หุ้น CPALL บมจ. ซีพี ออลล์

ไตรมาส 3/55 ยอดขายสาขาเดิมคาดโตโดดเด่นเป็นประวัติการณ์

ผลจากที่ลูกค้าให้การตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากต่อการนําแคมเปญสะสมสแตมป์คาดว่าจะกระตุ้นให้ยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 3/55 เติบโตโดดเด่นเป็นประวัติการณ์ ในอัตราสูงถึง 15%YoY ซึ่งเมื่อบวกกับ การรับรู้ยอดขายจากสาขาใหม่ อีกทั้งอัตรากําไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และยังมีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ลดเหลือ 23% จึงคาดไตรมาส 3/55 จะมีกําไรสุทธิเติบโต 29%YoY

ส่วนกรณีที่มีผู้ประกอบหลายรายลงมาทําธุรกิจร้านค้าปลีกขนาดเล็ก คาดจะไม่ส่งผลกระทบต่อ CPALL ซึ่งมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิม มีรูปแบบธุรกิจชัดเจน อีกทั้งยังมีสาขาจํานวนมากกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ และยังมีการพัฒนาตนเองตลอดเวลาทั้งนี้จากศักยภาพเติบโตดี และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ แนะนํา ซื้อลงทุน


  • ไตรมาส 3/55 จะโดดเด่นจากแคมเปญสะสมแสตมป์: ปกติอิทธิพลของฤดูฝนในไตรมาส 3 จะทําให้ผู้บริโภคไม่นิยมออกมาซื้อสินค้า แต่ผลจากที่ลูกค้าให้การตอบรับที่ดีอย่างมากต่อการนําแคมเปญสะสมสแตมป์เพื่อแลกสินค้า รวมถึงสะสมให้ครบ 77 จังหวัด เพื่อเก็บเป็นที่ระลึก มาใช้เพื่อกระตุ้นยอดขาย (เริ่ม 27 ก.ค. -25 พ.ย. 55)  ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นให้ไตรมาส 3/55 CPALL มียอดขายสาขาเติบโตโดดเด่นเป็นประวัติการณ์ในอัตราสูงถึง 15%YoY (ข้อมูลในอดีต CPALL เคยมียอดขายสาขาเดิมโตสูงสุดที่ 14.3%YoY ในไตรมาส 1/53) ซึ่งเมื่อบวกกับการรับรู้ยอดขายจากสาขาใหม่ที่คาดมีเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/54 ราว 565 แห่ง (ไตรมาส 3/55 คาดว่าเปิดสาขาใหม่ 111 แห่ง)

    CPALL

    ส่งผลให้คาดยอดขายรวมเติบโต 19%YoYนอกจากนี้การเพิ่มขึ้นในสัดส่วนยอดขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง อาทิเช่น อาหารกล่อง เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม จะช่วยผลักดันให้อัตรากําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 25.3% ในไตรมาส 3/54 เป็น 26.5% ส่วน SG&A/Sales แม้จะสูงขึ้นจาก 22.3% เป็น 23.3% ในไตรมาส 3/54 ซึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ํา และมีค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น แต่น่าจะถูกชดเชยจากอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ลดเหลือ 23% ประมาณการกำไรสุทธิในไตรมาส3/55 CPALL น่าจะอยู่ที่ 2,800 ล้านบาท เติบโต 28.8%YoY และ 7.7%QoQ

  • ยังครองความเป็นผู้นําธุรกิจร้านสะดวกซื้อในไทย: ปัจจุบันมีผู้ประกอบหลายรายลงมาทําธุรกิจร้านค้าปลีกขนาดเล็ก เช่น Mini BIGC, Lotus Express และล่าสุด Family Mart ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลได้เตรียมวางแผนบุกตลาด ซึ่งอาจไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะ CPALL เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิม มีรูปแบบธุรกิจชัดเจน มุ่งเน้นสินค้าอาหาร,เครื่องดื่มพร้อมทาน, สินค้า Non-food ชิ้นเล็ก และมีเคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่ให้บริการที่หลากหลาย และปริมาณสาขาของ CPALL ที่มากกว่า 6,800 แห่ง กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นครัวเรือนขนาดเล็ก และเวลาที่มีจำกัดอีกทั้งพร้อมจะลงทุนขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 500 แห่งในขณะที่คู่แข่งยังมีสาขาและการขยายสาขาที่ช้ากว่า CPALL มาก บวกกับกลยุทธและการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง

    โดยล่าสุดมีแผนพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ตนเอง ซึ่งจะเริ่มวางจําหน่ายในปี 2556 กว่า 200 รายการ ซึ่งหากสินค้า Private Brand เป็นที่ยอมรับ จะเป็นการเพิ่มทางเลือกและช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าในร้านเซเว่น และยังช่วยเพิ่มศักยภาพการทำกำไรให้แก่ CPALL ในระยะยาวได้อีกด้วย

  • แนะนํา ซื้อลงทุน: จากศักยภาพการเติบโตได้ดี คาดว่าปี 2555 จะมีกําไรสุทธิโต 33% YoY แต่กําไรต่อหุ้น (EPS) จะลดลง 33.5% YoY เนื่องจากไตรมาส 2/55 มีจํานวนหุ้นชําระแล้วเพิ่มจากการจ่ายหุ้นปันผลในสัดส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นปันผล คาดว่า EPS ปี 2556 จะกลับมาโต 17.5% YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มค้าปลีก โดย ณ สิ้นงวด 2Q55 มีฐานะเงินสดสุทธิสูงถึง 2.6 หมื่นล้านบาท แนะนํา ซื้อลงทุน ราคาเป้าหมายปี 2556 อิงวิธี DCF ที่ 42 บาท ยังมี Upside 18%

credit: จากบทวิเคาระห์ ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล

ติดป้ายกำกับ:,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: