หุ้น DRT บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร

คาดผลกำไร 3Q55 ใกล้เคียงปีที่ผ่านมา

คาดผลประกอบการไตรมาส 3/55 มีกําไร 120 ล้านบาทเติบโตจากปีก่อนเล็กน้อย 4 % ในขณะที่ทรุดลงจากไตรมาสก่อน 15 % เนื่องจากเอเย่นต์ไม่กล้าสต็อกสินค้าจากความกังวลเรื่องน้ำท่วม ปี 2555 การเติบโตของยอดขายมีแนวโน้มลดลงเหลือ 7-8% ต่ำกว่าเป้าเดิมที่จะโต 10 -12% ในขณะที่ปี 2556 คาดจะโต 15% แรงหนุนสายการผลิตใหม่ NT10 เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ไตรมาสสี่ปีนี้ และ โครงการคอนกรีตมวลเบา เริ่มไตรมาสสองปี 2556 หุ้น DRT เป็นหุ้นประเภทปันผล ซึ่งคาดว่าจะจ่าย 0.52 บาท หรือ คิดเป็นผลตอบแทน 6.7% ราคาหุ้นปัจจุบันวิ่งขึ้นมาใกล้ราคา ใกล้เป้าหมาย 8 บาท แนะนํา ถือ


DRT –360 home style

  • คาดผลกำไร 3Q55 เติบโตจากปีก่อนเล็กน้อย 4 % :ผลประกอบการไตรมาส 3/55 ของ บมจ. ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) จะค่อนข้างน่าผิดหวัง มีกําไร 120 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนเล็กน้อย 4% แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน 15% เนื่องจากยอดขายในไตรมาส 3/55 จะไม่โตจากปีก่อน คือ ประมาณ 945 ล้านบาท (-7%qoq, +1%yoy) ได้รับผลกระทบจากเอเย่นต์ ไม่กล้าสต็อกสินค้า จาก ความกังวลในเรื่องน้ำท่วม อัตรากําไรขั้นต้นคาดจะอ่อนตัวเล็กน้อยเหลือ 30.7% จาก 31% ในไตรมาสก่อน และ ปีก่อน จากการใช้กําลังการผลิตที่น้อยลง
  • ปี 2555 มีแนวโน้มการเติบโตลดลงเหลือ 7-8% ต่ำกว่าเป้า 10-12%:แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 4/55 คาดจะดีขึ้น จากเอเย่นต์เริ่มมีการสต็อกสินค้าขึ้น แนวโน้มในปี 2555 ยอดขายน่าจะโตประมาณ 7-8% ต่ำกว่าเป้าเดิมที่คาดจะโต 10% ส่วนแนวโน้มในปี 2556 ผู้บริหารประเมินจะเติบโตได้ 15% จากแรงหนุนของสายการผลิตใหม่ NT-10 ซึ่งเน้นผลิตภัณฑ์ทดแทนเสริมยอดขาย 500 ล้านบาท และ โครงการคอนกรีตมวลเบาจะเริ่มผลิตในไตรมาส 2/56 เสริมรายได้อีก 200-300 ล้านบาท
  • กระจายสินค้าครบวงจรมากขึ้น จากเดิมจะเน้นเฉพาะหลังคา : DRT มีการกระจายความหลากหลายครบวงจรมากขึ้น คือ ผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ พื้นลามิเนต แผ่นบอร์ด ยิปชั่ม และ บริการหลังการขาย ร่วมมือกับ แฮดเลย์ กรุ๊ป จากอังกฤษ ผลิตโครงหลังคาสําเร็จรูป และ ธุรกิจผนังสําเร็จรูปDiamond Wall และ เริ่มนําเข้ากระเบื้องปูพื้น และ กระเบื้องมุงหลังคาเซรามิกจากประเทศจีนเข้ามาจําหน่าย นอกจากนี้ ในปี 2556 จะมีคอนกรีตมวลเบาเข้ามาเสริม
  • ราคาหุ้นขึ้นมาใกล้เป้าหมาย 8 บาท ลดเกรดเหลือ ถือ:DRT เป็นหุ้นประเภทปันผลปี 2555 คาดจะจ่ายเท่ากับ 0.46 บาท และ เพิ่มเป็น 0.52 บาท ในปี 2556 เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2556 โดยเทียบกับฐานเงินปันผลตอบแทน 6.5% จะได้เท่ากับ 8 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นได้ปรับขึ้นตั้งแต่ต้นปี 34% และ ขึ้นมาใกล้ราคาเป้าหมาย 8 บาท บวกกับผลประกอบการในไตรมาส 3/55 ชะลอตัว ดังนั้น แนะนําเหลือ ถือ จาก เดิม ซื้อ

credit: บทวิเคราะห์โดย สุรชัย ประมวลเจริญกิจ

ติดป้ายกำกับ:,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: