หุ้น PTTGC บมจ. พี ทีที โกลบอล เคมิคอล

คาดงบ 4Q55 แข็งแกร่ง..แรงหนุนปิโตรเคมี

คาดว่าผลกําไรปกติ ที่ไม่รวมผลกระทบสต็อกน้ำมันของ 4Q55 จะอยู่ที่ 8,994 ล้านบาท+1% QoQ จากกําไรที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจปิโตรเคมี แม้ว่าค่าการกลั่นกลั่นอ่อนตัวลง (ประเมิน Market GRM ไว้ที่4.5-4.7 เหรียญฯต่อบาร์เรล) อีกทั้งคาดว่าจะมีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันดิบราว 380 ล้านบาท แนวโน้มปี 56 ยังสดใส ภาพรวมอัตรากําไรของปิโตรเคมีภัณฑ์ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี ปรับประมาณการปี 56-57 เพิ่มเป็น 34,637 ล้านบาท และ 36,022 ล้านบาท ปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมปี56 เป็น 89 บาท อิงวิธีDCF มีupside ราว16% นอกจากนี้เงินปันผลน่าจะประกาศจ่ายที่ 1.90-2.00 บาท คิดเป็น Dividend yield ทั้งปี ที่ 3.70% แนะนํา “ซื้อลงทุน”

About PTTGC


  • คาดกําไรสุทธิ4Q55 ที่9,011 ล้านบาท -30%QoQ + 121%YoY: ได้แรงหนุนจากธุรกิจปิโตรเคมี แม้ค่าการกลั่นโดยรวมอ่อนตัวและคาดการณ์ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันราว 380 ล้านบาท ทั้งนี้ เราประเมิน Core EBITDA (ไม่รวมผลกระทบสต็อกน้ำมัน) ไว้ที่ 1.52 หมื่นล้านบาท+2.5%QoQ (3Q55 อยู่ที่1.48 หมื่นล้านบาท)
    1. ธุรกิจโรงกลั่นเดินเครื่องเต็มกําลัง(147KBD) ในขณะที่ ส่วนต่างราคาของผลิตภัณฑ์อ่อนตัวลงตามภาวะอุปทานส่วนเกินในตลาด โดยเฉพาะ น้ำมันเตาและเบนซิน ประเมิน Market GRM ไว้ที่4.5-4.7 เหรียญฯต่อบาร์เรล(3Q55 อยู่ที่5.9 เหรียญฯต่อบาร์เรล)
    2. ธุรกิจอะโรเมติกส์มีอัตราการใช้กําลังการผลิตที่91% +6%QoQ โดยอัตรากําไรBenzene และ Paraxylene ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เฉลี่ยที่440 เหรียญฯต่อตัน และ640 เหรียญฯต่อ ตัน(3Q55 อยู่ที่250 เหรียญฯ และ510 เหรียญฯต่อตัน) หลังโรงกลั่นหลักในภูมิภาคหยุดซ่อมบํารุง ส่งผลให้จํานวนวัตถุดิบในการผลิต BZ และPX ลดลง
    3. สําหรับกลุ่มโอเลฟินส์และโพลีเมอร์ มีอัตราการผลิตทรงตัวQoQ ในขณะที่ อัตรากําไรปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เฉลี่ย3-6% QoQ แล้วแต่ผลิตภัณฑ์ ส่วนปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น มาจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวจากจีน

    นอกจากนี้ บริษัทสามารถผลิตขาย MEG ได้มากขึ้น จากกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น(ที่กําลังการผลิต380 KTA) ในขณะที่อัตรากําไรปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า44%QoQ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า กําไรปกติไม่รวมผลกระทบสต็อกน้ำมัน ไว้ที่ 8,994 ล้านบาท(3Q55 อยู่ที่8,919 ล้านบาท) +1%QoQ ƒ

  • แนวโน้มปี56: ทิศทางของผลประกอบการยังคงสดใส โดยเฉพาะครึ่งปีแรก หลังผู้ประกอบการในจีนหันมา restock สินค้า โดยเฉพาะช่วงตรุษจีน ซึ่งส่งผลให้ความต้องการใช้ปิโตรเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น โดยอัตรากําไร HDPE และ LLDPE คาดว่าจะอยู่ในช่วง 500 เหรียญฯต่อตัน อย่างไรก็ตาม อัตรากําไรของLDPE ยังคงอ่อนแอเนื่องจากอุปสงค์หลักมาจากฝั่งยุโรปยังไม่ฟื้นตัว ทั้งนี้ แนวโน้มอัตรากําไร BZ และPX คาดว่า ยังคงอยู่ในระดับสูง หลังโรงกลั่นหลักในภูมิภาคยังไม่กลับมาดําเนินการ ทําให้ขาดวัตถุดิบในการผลิตBZ และPX นอกจากนี้ โรงงานPTA ที่คาดว่าจะขึ้นมาในปีนี้ ราว6-7 ล้านตัน จะส่งผลดีต่อราคา PX และคาดว่า อัตรากําไร BZ และ PX จะกลับสู่ภาวะปกติในช่วง 2H13โครงการลงทุนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทุนกับ เปอร์ตามีนา ในอินโดนีเซีย หรือการลงทุนใน มาเลเซีย และเวียดนาม โดยบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาแผนการลงทุน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุป ภายใน1H56 ทั้งนี้ ถ้าหากได้ร่วมลงทุนกับ เปอร์ตามีนา จะช่วยเสริมสร้างรายได้และฐานกําไรของบริษัทในระยะยาว เนื่องจากอินโดนีเซียยังมีความต้องการใช้พลังงานสูง แม้วงเงินลงทุนนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ด้วยสัดส่วนหนี้สุทธิต่อทุน(Net debt to equity) ที่0.60x ซึ่งต่ำกว่า Regional peer ที่0.75x-0.80x อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก PTT งบลงทุนดังกล่าวไม่น่าจะมีผลกระทบต่อสภาพคล่อง
  • แนะนํา “ซื้อลงทุน” : คาดว่าประมาณการปี 56-57 จะเพิ่มขึ้น เป็น 34,637 ล้านบาท และ 36,022 ล้านบาท(ใช้สมมุติฐานอัตรากําไร BZ และPX เพิ่มเป็น360 เหรียญฯ และ420 เหรียญฯต่อตัน) มูลค่าเหมาะสมปี 56 เป้าหมายที่ 89 บาท อิงวิธี DCF นอกจากนี้ เราคาดว่า บริษัทจะจ่ายเงินปันผล 2H55 ที่ 1.90-2.00 บาท (1H55 จ่าย ที่0.95 บาท) คิดเป็นDividend yield ทั้งปี ที่3.70% แนะนํา“ซื้อลงทุน”
  • ƒ Note: งบประจําปี2555 คาดว่าจะประกาศ วันที่15 ก.พ

credit: บทวิเคราะห์ ดุลเดช บิค

ติดป้ายกำกับ:,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: