หุ้น JAS บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล

พื้นฐานแข็งแกร่ง มีศักยภาพการเติบโต

ไตรมาส 4/55 กําไรสุทธิ 572 ล้านบาท โต169% YoY แต่ลดลง8.8% QoQ ซึ่งหากไม่นับรวมรายการพิเศษจากการด้อยค่าสินทรัพย์ และอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้มีกําไรจากการดําเนินงาน664 ล้านบาท เติบโต21% QoQ จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีและภาระดอกเบี้ยที่ลดลง อย่างไรก็ดีคาดว่าบริษัทมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ28% ใน 3 ปีจากนี้ ด้วยแรงหนุนหลักของธุรกิจอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ มูลค่าภายใต้ประมาณการใหม่อยู่ที่ 8 บาท มีUpside 29% ประกอบกับคาดเงินปันผลปี 2556 ที่ 2.6% คงคําแนะนํา ซื้อ
JAS, Jasmin International


  • ไตรมาส4/55 กําไร572 ล้านบาท+169% YoY, -8.8% QoQ : JAS รายงานกําไรสุทธิไตรมาส4/55 ที่572 ล้านบาท ต่ำกว่ายอดกำไรที่คาดการณ์ไว้คือ 541ล้านบาท เติบโต169% YoY แต่ลดลง8.8% QoQ ซึ่งหากไม่รวมรายการพิเศษ เช่น ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ และการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ผลกําไรจากการดําเนินงานอยู่ที่ 664 ล้านบาท เติบโต 21% QoQ เป็นผลจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ค่อนข้างดี ลดลง5.7% QoQ ประกอบกับมีภาระดอกเบี้ยที่ลดลง42 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีกําไรทั้งปีอยู่ที่2,137 ล้านบาท เติบโต 99% จากปี 2554 โดยได้แรงหนุนจาก
    1. รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น24% YoY ตามลูกค่าใหม่ที่เพิ่มขึ้น1.85 แสนราย ผลักดันให้มียอดลูกค่ารวมแตะ1.2 ล้านราย เป็นไปตามเป้าที่บริษัทวางไว้
    2. อัตรากําไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น54.8% จาก51.2% ในปี2554 ตามการขยายตัวของสัดส่วนรายได้อินเทอร์เน็ตจากที่ปรับเพิ่มจาก67% เป็น76% ในปี2555 เพราะธุรกิจดังกล่าวมีอัตรากําไรขั้นต้นสูงสุด เฉลี่ยที่65-70% มากกว่าธุรกิจวางระบบ(System Integration) และธุรกิจให้บริการโครงข่าย(Network Provider) ที่มีอัตรากําไรขั้นต้นเฉลี่ยที่20-25%
  • เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตชั้นนําในประเทศไทย:  ในปี 2556 JAS ได้เน้นการกลยุทธ์การขยายโครงข่ายด้วยเทคโนโลยี FTTH ที่มีความเร็วสูงสุดในตลาดปัจจุบันที่1 Gpbs ซึ่งช่วยเพิ่มกลุ่มลูกค้าระดับบน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้สามารถคงตําแหน่งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ชั้นนําในไทย ทั้งนี้ บริษัทคงงบประมาณการลงทุนเดิมที่เฉลี่ยปีละ 2 พันล้านบาท โดยใช้เงินทุนจากกระแสเงินสดจากการดําเนินงานเป็นหลักƒ
  • มีศักยภาพเติบโตที่ดีในอนาคต: อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตต่อครัวเรือนในปัจจุบันเรียกได้ว่ายังอยู่ในระดับต่ำคือ 20% บวกกับเชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์ที่ส่งผลลบต่อยอดลูกค้าใหม่ดังในช่วงปลายปี 2554 ที่เกิดวิกฤตน้ำท่วม จนส่งผลกระทบจนถึงช่วง 1H55 และการปรับนโยบายการค้างชําระจาก 6 เดือน เป็น 2 เดือน ที่ส่งผลกระทบในไตรมาส 3/55 ส่งผลให้คาดยอดลูกค้าใหม่จะฟื้นตัวจากปี 2555 ที่ 1.85 แสนราย มาอยู่ที่เฉลี่ยปีละ 2.1-2.3 แสนราย ในช่วงปี 2556-2558 นอกจากนี้ บริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ปรับประมาณกําไรตั้งแต่ปี 2556 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 14% โดยคาดว่ากําไรจะเติบโตเฉลี่ยอีกปีละ 28% ไปอีก 3 ปีนับจากนี้ ƒ ราคาเป้าหมายใหม่ 8 บาท
  • แนะนํา ซื้อ: ปีจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่งตามการเติบโตธุรกิจ อินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานประมาณการใหม่ ผลักดันให้ มูลค่าพื้นฐานอิงวิธี DCF ขยับขึ้นไปเป็น 8 บาท มีUpside 29% ประกอบกับคาดเงินปันผลในปี 2556 ที่ 0.16 บาท คิดเป็น Div Yield 2.6% ทั้งนี้ บริษัทประกาศ จ่ายปันผลจากกําไรปี 2555 ที่ 0.09 บาท คิดเป็นDiv Yield 1.5% (ขึ้นXD วันที่18 มี.ค.)

credit: บทวิเคราะห์ ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล

ติดป้ายกำกับ:, ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: