หุ้น BAY บมจ. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

กําไรต่ำกว่าประมาณการตามแนวโน้มการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น

bay ประกาศกำไรสุทธิ 1Q56 อยู่ที่ 4,045 ล้านบาท ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจาก ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นของธนาคาร ทำให้สำรองส่วนเกิน และ NPL Coverage Ration ดีขึ้น สินเชื่อเช่าซื้อยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่สินเชื่ออื่นลดลงตามปัจจัยฤดูกาล, NIM อ่อนตัวตามสัดส่วนของสินเชื่อ High Yeild ที่ลดลง รายได้ค่าะรรมเนียมธุรกิจตลาดทุนดีเกินคาดหลังจากได้รับอานิสงค์จากภาวะตลาดหุ้นที่ร้อนแรง และหากได้เห็นความคืบห้น้าของการขายหุ้นของ GE เชื่อว่าทำให้ปัจจัยกดดันราคาหุ้นหมดไป คงคำแนะนำ “ซื้อ” คงราคาเป้าหมายเป็น 43 บาท
Auto Pay Debit of Krungsri Bank


  • กําไรอยู่ที่ 4,045 ล้านบาท แต่มีการตั้งสำรอง(Provision) สูงกว่าที่คาดไว้:กําไรสุทธิอยู่ที่4,045 ล้านบาท +8%QoQ และ 18%YoY ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 4,385ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสำรองในไตรมาสนี้อยู่ที่ 3,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน แม้ว่าสัดส่วน NPL จะมีแนวโน้มทรงตัวก็ตาม ธนคารได้ชี้แจงใน MD&A ว่าการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นเพื่อเพิมสำรองส่วนเกิน และ NPL Coverage Ratio ส่วนผลการดำเนินงานปกติ ยังคงเติบโต .9%YTD
    1. โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลหดตัวลงตามการชำระหนี้ที่มีการเบิกใช้จากช่วงปลายปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อยังคงขยายตัวต่อเนื่องเติบโตถึง 7.6%YTD ผลจากยอดคงค้างส่งมอบรถยนต์ของปีก่อน
    2. NIM ปรับตัวลดลงประมาณ 2 bps อยู่ที่ 4.19% เป็นไปตามการหดตัวของสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง ทั้งนี้เป็นผลจากการลดลงของสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล
    3. รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตดีเกินคาดถึง 25%YoY จากการเติบโตของธุรกิจตลาดทุน(+53.7%YoY) จากอนิสงค์ของภาวะตลาดหลักทรัพย์ขาขึ้น ขณะที่ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจธนาคารยังเติบโตแข็งแกร่ง
    4. Cost-to-income ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 50.6% ลดลงจาก 52.3% ในไตรมาสก่อนที่มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดสูง
  • ƒ คาดปี 2556 ยังเติบโตตามเป้าหมาย :เพราะโครงสร้างสินเชื่อของ BAYกว่าครึ่งเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งมักเร่งตัวในช่วงปลายปี โดยเชื่อว่าสินเชื่อรวมจะยังสามารถเติบโตได้ตามเป็นหมายของผู้บริหารที่ 12% และรายได้ค่าธรรมเนียมจะยังสามารถเติบโตได้ในระดับประมาณ 15% ขณะที่Cost-to-income จะดีขึ้นเป็น 48% จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่ดี ส่งผลให้ทั้งรายได้และกําไรจะปรับตัวขึ้นเป็นระดับสูงสุดใหม่อีกครั้ง โดยคาดว่ากําไรสุทธิสําหรับปี 2556 อยู่ที่ 17,398 ล้านบาทโต19% ƒ
  • หากการขายหุ้นของ GE มีความชัดเจน ปัจจัยกดดันราคาหุ้นจะหมดไป: หากความแน่ชัดเรื่องความคืบหน้าของการขายหุ้น 25% ที่เหลือของ GE จะทำให้ปัจจัยกดดันราคาหุ้นลดลง เพราะหุ้นของ BAY ในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้าง Underperform เมื่อเทียบกับราคาหุ้นของธนาคารอื่นๆ เชื่อว่าเป็นผลจากความไม่ชัดเจนจากการขายหุ้นของGE ทั้งนี้ในด้านพื้นฐานจะยังเห็นการเติบโตดีขึ้นในเกือบทุกด้าน ราคาเป็นหมาย
    ขึ้นเป็น 43 บาท อิงPBV ใหม่ที่2.1 เท่า คงคำแนะนําเป็น“ซื้อ”

credit: บทวิเคราะห์ ดุลเดช บิค

ติดป้ายกำกับ:,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: